ช้างศึก ทีมชาติไทย ถล่ม ติมอร์ 7-0 อดิศักดิ์ ดับเบิ้ลแฮตทริก

   ช้างศึก ทีมชาติไทย ระเบิดฟอร์มเก่งประเดิมศึก ชิงแชมป์อาเซียน ด้วยการถล่ม ติมอร์ เลสเต 7-0 โดยเกมนี้ อดิศักดิ์ ไกรษร ทำดับเบิ้ลแฮตทริกซัดคนเดียว 6 ประตู และอีก 1 ประตูจาก ศุภชัย ใจเด็ด

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก ทีมชาติติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561

   เกมนี้ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชของ ทีมชาติไทย วางแผนการเล่นในระบบ 4-2-3-1 โดยวาง อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นกองหน้าตัวเป้า แดนกลางมี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, มงคล ทศไกร และ นูรูล ศรียานเก็ม ในขณะที่แนวรับเป็น เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, มานูเอล ทอมเบียร์, กรกช วิริยอุดมศิริ และฟิลิป โรลเลอร์ โดยไว้ใจ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยืนเฝ้าเสา

ช้างศึก อัด ติมอร์ ยับ 7-0 อดิศักดิ์ ดับเบิ้ลแฮตทริก

   ครึ่งแรกเกมเริ่มได้เพียง 3 นาที ทีมชาติไทย ได้ประตูขึ้นนำไว จากจังหวะที่ สรรวัชญ์ จ่ายบอลให้ดอดิศักดิ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายเป็นประตูทันที ช้างศึกนำ 1-0

   ถัดมานาทีที่ 5 ยังคงเป็นโอกาสลุ้นทำประตูของ ทีมไทย เมื่อ อดิศักดิ์ ให้บอลไปที่ นูรูล ในเขตโทษแล้วปั่นด้วยขวา น่าเสียดายที่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

   เกมเข้าสู่นาทีที่ 13 ประตูที่ 2 ของทีมชาติไทยก็มาจนได้ ซึ่งก็เป็น สรรวัชญ์ คนเดิมที่วางบอลแม่นๆมาให้ อดิศักดิ์ กระดกบอลข้ามนายทวารติมอร์เข้าไปตุงตาข่ายไทยนำ 2-0

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกแฟนๆช้างศึกก็ได้เฮอีกครั้งเมื่อไทยได้ประตูทิ้งห่างติมอร์เป็น 3-0 จากจังหวะที่ นูรูล พาบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายสวยๆไปให้ อดิศักดิ์ แปเข้าไปเป็นประตู ซึ่งถือเป็นประตูแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ไปแล้ว

   จากนั้นประตูที่ 4 ของไทยก็ตามมาติดๆในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45 จากลูกเตะมุม กรกช เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้ อดิศักดิ์ โขกเข้าไปอย่างสวยงาม จบครึ่งแรกไทยนำติมอร์ 4-0

   ครึ่งหลังนาที 49 สกอร์ไหลไปเป็น 5-0 เมื่อ อดิศักดิ์ ออกบอลไปขวาให้ มงคล ลากพาบอลไปจนสุดเส้นหลังก่อนจะเปิดกลับมาให้ อดิศักดิ์ วิ่งมาแปย้อนไปเสาแรกตุงตาข่าย

   แม้จะนำห่างถึง 5 ประตูแต่ทีมชาติไทยก็ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 55 ไทยได้จุดโทษจากจังหวะที่ผู้เล่น ติมอร์ ไปทำฟาวล์ใส่ นูรูล ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แล้วชี้เป็นจุดโทษทันทีและเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าประตูไปไม่เหลือ ไทยนํา 6-0 เข้าไปแล้ว

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 6 ประตู ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ ติมอร์ จะย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อในนาทีที่ 73 ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน จากการที่นายทวารของติมอร์ไปทำฟาวล์ใส่ มงคล นอกกรอบเขตโทษผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไปทันที

   จากนั้นนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บช้างศึกมาได้ประตูปิดท้ายจากจังหวะที่ สรรวัชญ์ เปิดบอลไปให้ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ลงมาเป็นสำรอง หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย ปิดกล่องให้ไทยเอาชนะ ติมอร์ เลสเต ไป 7-0

 

 

พรีเมียร์ลีก พรีวิว แมนยู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018  เวลา 23.30 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   แมนยู ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมมีแต่ตัวเดิมๆที่บาดเจ็บยังไม่หายดี ได้แก่ มาร์กอส โรโฮ, เจสซี่ ลินการ์ด และอันเดร์ เอร์เรร่า และช่าวดีคือ ปีศาจแดง จะได้ แอชลี่ย์ ยัง ที่หายจากอาการบาดเจ็บ กลับมาอยู่ในทีมได้แล้ว แต่ต้องรอทดสอบความฟิตก่อน

   โชเซ มูรินโญ กุนซือของทีม แมนยู น่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยในเกมนี้โดย อองโตนี มาร์กซิยาล น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าพอใจนักในเกมกับ บาเลนเซีย

   นอกจากนี้ยังอาจจะดรอป เอริค ไบญี แล้วให้ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ลงสนามแทน ในขณะที่ ดิโอโก้ ดาโลต์ จะออกสตาร์ทแทนที่ของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ส่วน โรเมลู ลูกากู ที่ยิงไม่ได้มา 5 นัดติด น่าจะยังมีชื่อเป็นตัวจริงในเกมนี้

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาบิด เด เคอา, คริส สมอลลิ่ง, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ดิโอโก้ ดาโลต์, ลุค ชอว์, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส ราชฟอร์ด, โรเมลู ลูกากู, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   ส่วนทางด้านทีมเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยังคงมีปัญหาเดิมๆต่อเนื่องในเกมรุกเนื่องจาก ซาโลม่อน ลอนดอน ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน ฟลอเรียง เลอเฌิน ก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก ในขณะที่ พอล ดัมเม็ตต์ และ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ยังต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ติน ดูบราฟก้า, คีแรน คลาร์ก, จามาล ลาสเซลเลส, ดิอังเดร เยดลิน, เคเนดี้, โมฮาเหม็ด ดิอาเม่, จอนโจ เชลวี่ย์, แมตต์ ริชชี่, อโยเซ่ เปเรซ, คริสเตียน อัตซู, โฆเซรู

พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บอล แมนยู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   เจ้าบ้าน แมนยู หาชัยไม่เจอมา 4 นัดติดต่อกัน ซึ่งคงจะทำให้เกาอี้ของ โชเซ มูรินโญ ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก เกมนี้จึงเป็นเกมที่ทัพปีศาจแดงจะต้องเล่นกันเต็มที่แน่นอน

   ส่วนทางด้าน สาลิกาดง นิวคาสเซิล ดูท่าจะอากการหนักไม่แพ้กัน เพราะในฤดูกาลนี้ พวกเขายังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลยแม้แต่ทีมเดียว มีเพียง 2 คะแนนจากการลงเล่นทั้งหมด และเป็นคะแนนที่ได้จากการเสมอแบบไร้สกอร์อีกด้วย

   มองว่าเกมนี้หาก สาลิกาดง อยากได้ 3 แต้มจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูจะเป็นงานที่ยากและหินพอสมควร ดังนั้น แมนยู ที่ได้เล่นในบ้าน จะหยุดสถิติไม่ชนะใครเลยมา 4 นัดไว้ที่เกมนี้อย่างแน่นอน

 

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาโหด ถล่ม เนิร์นแบร์ก 7-0

   เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ มาร์โก รอยส์ ยิงเบิ้ลในเกมนี้ อีกทั้งเป็นการยิงครบ 100 ลูก ในทุกรายการให้กับสโมสรอีกด้วย พาเสือเหลืองถล่มเนิร์นแบร์ก 7-0 ผ่าน 5 นัด รั้งรองจ่าฝูงตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 2 แต้ม

   ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ เนิร์นแบร์ก ดูบอลออนไลน์ ในวันที่ 26 กันยายน 2561 ที่สนาม ซิกนัลอิดูน่าพาร์ค

   เกมนี้ ดอร์ทมุนด์ จะไม่มี ดิยาลโล่ ที่โดนใบแดงไปเมื่อเกมที่แล้ว กองกลางจึงเป็นหน้าที่ของ เดลานี่ย์ กับ วิทเซล เกมรุก ลาร์เซ่น ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

   ส่วนทีมเยือน เนิร์นแบร์ก ยังใช้นักเตะชุดเดิมๆ เปลี่ยนแค่แดนกลางที่จับเอา เบาเออร์ มายืนคู่กับ เอร์ราส

เสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ จัด 7 ลูกเบาๆ

   เริ่มเกมเพียงนาทีที่ 9 ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำเร็วจากจังหวะที่ พูลิซิช พาบอลตัดเข้ากลางก่อนจะส่งต่อให้ ลาร์เซ่น ในกรอบเขตโทษวิ่งฉีกมากระดกบอลผ่าน เบรดลอฟ เข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมง นาทีที่ 32 เสือเหลืองก็มาได้ประตูที่สองเมื่อ รอยส์ ให้บอลไปที่ พูลิซิช แต่โดนแซะ บอลไปอยู่กับ ฟิลลิปป์ ไหลกลับมาที่ รอยส์ วิ่งมาซัดหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ นำ 2-0

   จบครึ่งแรก เสือเหลืองดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายขึ้นนำเนิร์นแบร์ก 2-0

   ครึ่งหลัง ลูกที่สามของเจ้าถิ่นมาไวในนาทีที่ 49 จากจังหวะโต้กลับ รอยส์ พาบอลไปถึงเขตโทษ แล้วไหลไปทางขวาให้ ฮาคิมี่ จับแล้วยิงทันที บอลพุ่งเรียดเสียบเสาไกลเข้าไปเป็นประตูอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0

   ถัดมานาทีที่ 58 มาร์โก รอยส์ เบิ้ลลูกที่สองให้กับตัวเองและเป็นประตูที่สี่ให้กับเจ้าถิ่น จากจังหวะที่ เดลานีย์ โยนบอลยาวจากกลางสนามไปให้ รอยส์ จ่ายเข้าเขตโทษให้ ลาร์เซ่น หักคืนให้ รอยส์ จบสวย ดอร์ทมุนด์ นำ 4-0

   นาทีที่ 74 เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากที่ อคานยี ตามมาเบียดเอาบอลจังหวะสองต่อเนื่องจากลูกโหม่งของ พูลิซิช ได้ ก่อนจะแตะบอลหลบและตัดสินใจซัดเอง เสือเหลืองนำ 5-0

   ประตูที่หกตามมาติดๆ ในนาทีที่ 85 เมื่อ เดลานีย์ โยนบอลจากกลางสนามให้ ซานโช แปง่ายๆเข้าประตูไป 6-0 เข้าไปแล้ว

   ท้ายเกมก่อนทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มเป็นประตูที่ 7 จากลูกยิงของ ไวเกิล ที่แฉลบกองหลังทีมเยือนเข้าประตูไป

   จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านถล่ม เนิร์นแบร์ก 7-0 ผ่านไป 5 เกม เก็บได้ 11 แต้ม รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง ตามหลัง บาเยิร์น อยู่เพียง 2 คะแนน

 

ตราหมี พลิกแซงเฉือน โมนาโก 2-1 กิเมเนซโขกชัย

    ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด โดนนำก่อน แต่มาได้ประตูตีเสมอจาก ดีเอโก้ คอสต้า และปิดท้ายด้วยลูกโหม่งของ โฮเซ กิเมเนซ ทำให้แอตฯมาดริดแซงเอาชนะโมนาโกสำเร็จ 2-1 ประเดิมสามแต้มแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขึ้นไปอยู่บนหัวตารางกลุ่มเอ โดยมีแต้มเท่าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป เอ ที่สนาม สตาด หลุยส์ เดอซ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 โมนาโก เปิดบ้านพบกับ แอตเลติโก้ มาดริด

   โมนาโกได้ฟัลเกากลับมาค้ำหน้าอีกครั้ง ขณะที่เกมรุก เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม กุญซือวัย 44 ปีใช้ ร็องด์ซีร์กับนาเซอร์ ชาดลี่ และแดนกลางเป็น เอ็นโดราม

   ส่วนทางด้าน แอตฯมาดริด ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ ที่ติดโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนาม เกมนี้ ลูกัส แอร์กน็องเดซ กลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมด้วย ดีเอโก้ คอสต้า กับ อองตวน กรีซมันน์ นำเกมรุก

ตราหมี แอตฯมาดริด ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน แต่สุดท้ายพลิกแซง เอาชนะไปได้ 2-1

   ต้นเกมเป็น แอตฯมาดริด ที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 6 กรีซมันน์ตักบอลข้ามกองหลังเจ้าถิ่นไปให้ คอสต้า จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะก่อนจะยิงไปที่เสาไกล บอลพุ่งหลุดออกหลังไปแบบได้ลุ้น

   แต่แล้วนาทีที่ 18 โมนาโกเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 ซิดิเบ้ เปิดบอลจากฝั่งขวาไปให้ ฟัลเกา จ่ายต่อไปให้ กร็องด์ซีร์ ซัดด้วยขวาระยะเผาขนสวน โอบลัค เข้าไปเป็นประตู

   หลังจากนั้นนาทีที่ 31 แอตฯมาดริด ที่พยายามทำเกมบุกอยู่นานในที่สุดก็มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจนได้จากจังหวะที่ โกเก้ จ่ายบอลจากกลางสนามไปให้ กรีซมันน์ เปิดบอลจากนอกกรอบเขตโทษให้ คอสต้า พาบอลหลุดเข้าเขตโทษแล้วจัดการซัดด้วยขวาตุงตาข่าย แอตเลติโด้ มาดริด ตามตีได้ 1-1

   ช่วงท้ายครึ่งแรก แอตฯมาดริด หลังจากที่ได้ประตูตีเสมอแล้วก็พยายามทำเกมบุกกดดันเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งช่วงทดเจ็บก่อนหมดครึ่งแรก ทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา โกเก้ โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ กิเมเนซ ขึ้นโหม่งเน้นๆเต็มหัวผ่าน เบนาโญ เข้าไปเป็นประตู จบครึ่งแรก แอตเลติโก มาดริดนำ 2-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 50 แอตฯมาดริดได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย โกเก้ เปิดบอลไปเข้าทาง ดีเอโก้ คอสต้า หน้าประตูก่อนจะยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูเพราะผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อน

   ท้ายเกม แอตฯมาดริด เน้นเกมตั้งรับแน่น ทำให้จังหวะลุ้นส่วนมากจะเป็นของฝั่งโมนาโกแทบจะเบ็ดเสร็จ และเม้เจ้าถิ่นจะบุกอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถทวงประตูคืนเพื่อตีเสมอได้ ทำให้จบเกม แอตเลติโก้ มาดริด บุกมาชนะ โมนาโก 2-1