แพ้แล้ว เลสเตอร์ สะดุดพ่าย นิวคาสเซิล คาบ้าน 0-1

   แพ้แล้ว จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เบรนแดน รอดเจอร์ส สะดุดแพ้นัดแรกโดยพ่ายคาบ้านให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไป 0-1 จากลูกยิงของ อโยเซ่ เปเรซ แต่ยังรั้งอันดับ 7 มีแต้มเท่า วูลฟ์ส ที่ยังไม่ได้ลงแข่งขัน

แพ้แล้ว เลสเตอร์ สะดุดพ่าย นิวคาสเซิล 0-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ สาลิกา นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 12 เมษายน 2562

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก เป็นทีมเยือนที่ได้ทักทายก่อนจากจากลูกเตะมุมที่เปิดไปหน้าปากประตูแล้วได้จบด้วย ลาสเซลส์ โหม่งบอลเข้ามือ ชไมเคิล

   นาทีที่ 5 เป็นโอกาสอีกครั้งของ นิวคาสเซิล จากฟรีคิกระยะไกลเกือบกลางประตูที่ระยะประมาณ 30 หลา รอนดอน จัดการยิงบอลไปชนสามเหลี่ยมซ้ายมือเข้าอย่างจังอดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   ถัดมานาทีที่ 21 เป็นโอกาสของ เลสเตอร์ บ้าง จากบอลทางซ้ายที่ชิลเวลล์ทำชิ่งกับแมดดิสัน ตัดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะลองซัดทันที แต่ดูบราฟก้ายังรับเอาไว้ได้

   แต่ในนาทีที่ 33 สาลิกา ก้มาได้ประตูขึ้นนำเจ้าถิ่นไปก่อน 1-0 ซึ่งเป็นจังหวะที่ อัลมิรอน พยายามจะลากบอลจากทางฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษแต่ไม่ผ่าน บอลมาอยู่กับ ริทชี่ ที่วิ่งมารับได้ทันก่อนจะเปิดเข้าเขตโทษให้ อโยเซ่ โหม่งเข้าไปเป้นประตู นิวคาสเซิล นำก่อน 1-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรกก่อนพักเบรก เลสเตอร์ พยายามบุกกดดันเข้าใส่ นิวคาสเซิล อย่างหนักเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก้ยังไม่สามารถทำอไรสาลิกาได้ แถมยังเกือบโดนเกมสวนกลับของทีมเยือนจนเกือบจะเสียประตูด้วยซ้ำ จบครึ่งแรก นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง เกมยังคงเหมือนช่วงท้ายครึ่งแรกที่ เลสเตอร์ พยายามจะบุกเพื่อจะเอาประตูคืน แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก และแทบจะไม่มีจังหวะให้ลุ้นอะไร แล้วก็เป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นจากบอลโต้กลับในนาทีที่ 59 เป็น ชาร์ พาบอลขึ้นมาจนถึงหน้าเขตโทษแล้วให้ไปซ้ายที่ อัลมิรอน จับก่อนแลวยิง บอลหลุดข้ามคานออกไป

   นาทีที่ 75 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากฟรีคิกเยื้องมาทางขวาที่ระยะพอได้ลุ้น แมดดิสัน จัดการปั่นด้วยขวาส่งบอลโด่งออกหลังไปแบบเสียของ

   เลสเตอร์ พยายามจะเอาประตูตีเสมอแต่ก็ทำได้แค่เฉียดไปเฉียดมา สุดท้ายจบเกมเลสเตอร์ ซิตี้เป็นฝ่ายเปิดบ้านพ่ายให้กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดไป 0-1 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกภายใต้การคุมทีมของเบรนแดน รอดเจอร์ส

 

 

 

 

อุ้มตัวจริง มารินอส ไม่ยอมง่ายๆไล่ตามเจ๊า ฟรอนตาเล่ 2-2

   อุ้มตัวจริง อุ้ม ธีราทร บุญมาทันออกสตาร์ทเป็นตัวจริงช่วย โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ไล่ตามตีเสมอแชมป์เก่า คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

อุ้มตัวจริง มารินอส ไล่เจ๊า ฟรอนตาเล่ 2-2

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล เจลีก 1 ประเทศญี่ปุ่น โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส อันดับ 3 ของตารางเปิดบ้านพบกับแชมป์เก่า คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่สนาม นิสสัน สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 เจ้าถิ่นชนะมา 2 นัดรวด ส่วนทีมเยือนยังหาชัยไม่เจอ เสมอมา 2 นัด

   เริ่มเกม ฟรอนตาเล่ เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็วเพียงนาทีที่ 4 เมื่อนายทวารเจ้าถิ่นออกบอลพลาดเลยโดน ฮิเดมาสะ โมริตะ ดักได้ก่อนจะแทงไปให้ ดามิเยา หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้าม ฮิโรกิ อิคูระ ตุงตาข่าย ทีมเยือนนำก่อน 1-0

   แต่หลังจากนั้น มารินอส ก็ใช้เวลาไม่นานก็มาได้ประตูตามตีเสมอจนได้ในนาทีที่ 24 เมื่อ เทรุฮิโตะ นาคากาวะ เปิดบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งขวากลับเข้ามากลางประตูให้ มาร์กอส จูเนียร์ ซัดด้วยขวาพาเจ้าถิ่นตามเจ๊าได้สำเร็จ 1-1

   จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

   ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังคงผลัดกันเปิดเดมรุกเข้าใส่กันอย่างสนุก นาที 58 ธีราทร ไปมีเรื่องกับ อคิฮิโร่ อิเอนากะ สุดท้ายผู้ตัดสินควักใบเหลืองแจกไปคนละใบ

   ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 88 คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ มาได้ประตูแงขึ้นนำอีกครั้งจากลูกโหม่งจ่อๆสุดสวยของ เลอันโดร ดามิเยา พา ฟรอนตาเล่ ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าถิ่นมาได้ประตูตามตีเสมออีกครั้งเช่นกันจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายจุน อมาโนะ เปิดบอลมาหน้าปากประตูให้ทาคาฮิโร่ โอกิฮาระโขกบอลลงพื้นเข้าประตูไปตุงตาข่าย มารินอส ตามเจ๊าจนได้ 2-2

   จบเกม โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เปิดบ้านเสมอกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

   โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส : ฮิโรกิ อิคูระ, ริคูโตะ ฮิโรเสะ, ติอาโก้ มาร์ตินส์, ชินโนะซูเกะ ฮาทานากะ, ธีราทร บุญมาทัน, ทาคูยะ คิดะ, ยูกิ โอซึ, จุน อมาโนะ, เทรุฮิโตะ นาคากาวะ, มาร์กอส จูเนียร์, เอดิการ์ จูนิโอ

   คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ : จุง ซูง เรียง, คาซูอากิ มาวาตาริ, ทาซึกิ นาระ, โชโกะ ทานิกูชิ, ชินทาโร่ คูรุมายะ, ฮิเดมาสะ โมริตะ, เรียวตะ โอชิม่า, อคิฮิโร่ อิเอนากะ, เคียวเฮ นาโบริซาโตะ, เคอิ ชิเนน, เลอันโดร ดามิเยา

 

 

เข้าชิงครั้งแรกในรอบ 11 ปี ค้างคาว บาเลนเซีย เชือด เบติส 1-0 ลิ่วชิงโคปา

   เข้าชิงครั้งแรกในรอบ 11 ปี ค้างคาว บาเลนเซีย เปิดบ้านเอาชนะ เรอัล เบติส ไป 1-0 จากประตูชัยหนึ่งเดียวจาก โรดริโก้ ทำให้ บาเลนเซีย ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศโคปา เดล เรย์ ด้วยสกอร์รวม 3-2 ไปเจอกับ บาร์เซโลน่า

เข้าชิงครั้งแรกในรอบ 11 ปี บาเลนเซีย เชือด เบติส 1-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ค้างคาว บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ เรอัล เบติส ที่สนาม เมสตาญ่า ในวันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรกทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสีแต่เป็น เบติส ที่ได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 9 จากจังหวะที่ เฆเซ่ ได้บอลในกรอบเขตโทษแล้วไหลไปให้ ฆัวคิน ซัดด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบแต่ โดเมเน็ค รับเอาไว้ได้ติดมือ

   อีก 1 นาทีถัดมาเป็น บาเลนเซีย ที่ได้ลุ้นบ้างจากเตะมุมทางฝั่งซ้าย ปาเรโฆ่เปิดเข้ากลาง แล้วเป็นเปาลิสต้าโหม่งบอลข้ามคานออกไป

   ถัดมานาทีที่ 21 เป็นโอกาสอีกครั้งของ เบติส จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษทางฝั่งขวา กานาเลสปั่นด้วยซ้ายข้ามกำแพง บอลโค้งกำลังจะเสียบสามเหลี่ยมเสาสอง แต่โดเมเน็คยังบินไปปัดออกหลังไปได้อีก

   นาทีที่ 38 ยังคงเป็น เบติส ที่ได้ลุ้นและเกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ โล เซลโซ่ ไหลบอลเข้ากรอบเขตโทษฝั่งขวาไปให้ เฆเซ่ แล้วตัดสินใจยิงทันที บอลพุ่งแรงไปเสาแรกแต่นายทวารค้างคาวยังปัดออกหลังไปได้อีกครั้ง

   ช่วงท้ายครึ่งแรก เบติส ยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกเข้าใส่ บาเลนเซีย แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูให้กับพวกเขาได้ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมานาทีที่ 56 กลับเป็น บาเลนเซีย ที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะสวนกลับ บอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ปิชชินี่ ชิ่งให้ กาเมโร่ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วเปิดไปเสาสองให้ โรดริโก้ ชาร์จจ่อๆเข้าประตูไป บาเลนเซีย นำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตู เบติส พยายามเร่งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 67 ได้ลุ้นจากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา ฆัวคินเปิดเข้าไปกลางประตู ให้มานดี้โขกบอลข้ามคานออกไป

   หลังจากที่พยายามบุกอย่างหนักแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ประตูตีเสมอ เบติส พยายามจะเร่งจังหวะเพื่อเอาจะเอาประตูให้ได้ ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 กานาเลส เปิดบอลจากทางริมเส้นฝั่งขวาเข้ากลางให้ โมรอน โหม่งหลุดเสาสองออกไปอีก

   ช่วงเวลาที่เหลือ บาเลนเซีย ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ไม่เปิดโอกาสให้ เบติส ได้สมหวังง่ายๆ สุดท้ายจบเกม บาเลนเซีย เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล เบติส ไป 1-0 และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ บาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์รวม 3-2

 

เขี่ยม้าลายตกรอบ อตาลันต้า ฟอร์มอย่างโหด ถล่ม ยูเวนตุส 3-0

   เขี่ยม้าลายตกรอบ อตาลันต้า ซัด 3 ประตูรวดเอาชนะ ม้าลาย ยูเวนตุส แชมป์เก่า 4 สมัยซ้อน ตกรอบก่อนรองชนะเลิศโคปา อิตาเลีย ด้วยสกอร์ 3-0

เขี่ยม้าลายตกรอบ อตาลันต้า ถล่ม ยูเวนตุส 30

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล โคปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ อตาลันต้า เปิดบ้านพบกับ ยูเวนตุส ที่สนาม แอตเลติ อัซซูรี่ ดิตาเลีย ในวันพุธที่ 30 มกราคม 2562

   เริ่มเกมเจ้าถิ่นได้ลุ้นก่อนนาทีที่ 4 ได้บอลบุกมาถึงหน้าเขตโทษแล้วได้จบด้วย โกเมซ ที่ได้ซัดระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเฉียดเสาออกไป

   นาทีที่ 12 เป็นโอกาสของ ยูเว่ บ้างจากจังหวะที่ โรนัลโด้ ได้บอลหลุดเดี่ยวไปดวลกับนายด่านของ อตาลันต้า ซึ่ง เบริสช่า ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะกะจังหวะออกมาเตะสกัดทิ้งได้ทัน

   นาทีที่ 23 โอกาสทองของ อตาลันต้า ที่น่าจะเป็นประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ โกเมซ ลากจี้เข้าใส่แนวรับของ ยูเวนตุส ก่อนจะตัดสินใจยิงทันทีที่ระยะ 25 หลา บอลพุ่งเรียดกำลังจะเสียบเข้าเสาไกลแต่ เซสนี่ ยังพุ่งไปเซฟไว้ได้ปลายมือ

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่ กานเซโร่ โดน คาสตันญ่า แย่งบอลมาได้จากเท้า ก่อนจะกระชากเข้าไปซัดที่ระยะ 20 หลาผ่านมือ เซสนี่ ตุงตาข่าย อตาลันต้า นำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตูแรก สถานการณ์ของ ยูเวนตุส เริ่มปั่นป่วน เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 นาทีก็มาโดนเจ้าถิ่นถลุงประตูที่ 2 จนได้ เมื่อ โกเมซ ไหลบอลไปให้ ปาซาลิช แล้วส่งต่อไปที่ ดูวาน ซัดด้วยซ้ายเป็นประตู 2-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลัง ยูเว่ ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ประตู ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หลังจากเสียงนกหวีดดังขึ้นจึงดาหน้าบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันที นาทีที่ 50 เบร์นาร์เดสคี่ ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาจนสุดเส้นหลังแล้วเปิดย้อนกลับมาให้ โรนัลโด้ กำลังจะชาร์จได้อยู่แล้วแต่โดนแนวรับของเจ้าถิ่นสกัดเอาไว้ได้ก่อน

   ถัดมาอีก 2 นาที ยูเว่ เกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาเบร์นาร์เดสคี่ เปิดไปให้รูกานี่ โหม่งเฉียดคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าน 1 ชั่วโมง ยูเวนตุส ยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกเข้าใส่ อตาลันต้า อย่างหนักหน่วง นาทีที่ 68 ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เปิดมาที่เสาสองและได้จบด้วย เคดิร่า ฮาร์ฟวอลเลห์แต่บอลไปติดเซฟ เบริสช่า

   หลังจากบุกเพลินๆ ช่วงท้ายเกมกลับเป็น อตาลันต้า ที่มาได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะที่นายด่านของเจ้าถิ่นเปิดบอลจากแดนตัวเองมากลางสนาม ปาซาลิช โหม่งต่อ บอลเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ เด ชิโย่ ดันพลาดส่งบอลคืนหลังเบาเลยโดน ดูวาน ฉกบอลเอาไปยิงตุงตาข่าย

   จบเกม ยูเวนตุส พลาดท่าพ่ายให้กับ อตาลันต้า ไป 0-3 ตกรอบ โคปา อิตาเลีย ไปอย่างน่าเสียดาย

 

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ พรีวิว แมนฯยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

   พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2018/19 ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 22.00 น. ดูบอลออนไลน์

สถิติการพบกัน 4 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

19/08/18 ไบรท์ตัน 3-2 แมนฯยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก
05/05/18 ไบรท์ตัน 1-0 แมนฯยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก
18/03/18 แมนฯยูไนเต็ด 2-0 ไบรท์ตัน เอฟเอ คัพ
25/11/17 แมนฯยูไนเต็ด 1-0 ไบรท์ตัน พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ความพร้อมของ แมนฯยูไนเต็ด และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

แมนฯยูไนเต็ด

   ป๊ศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานในช่วงนี้ถือว่ายอดเยี่ยม เพราะพวกเขาชนะมา 6 นัดรวดรวมทุกรายการ และทำแต้มทาบกับ อาร์เซน่อล แล้วในลีก

   เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของ แมนยู จะไม่มี มารูยาน เฟลไลนี่, คริส สมอลลิ่ง กับ มาร์กอส โรโฮ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่

   แต่ข่าวดีคือจะได้ เอริค ไบยี่ กองหลังพ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกได้แล้ว พร้อมทั้งมีลุ้นใช้งาน อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากลับมาฟิตพร้อมลงสนามในเกมนี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ปอล ป็อกบา, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

   สำหรับ ไบรท์ตัน เกมที่แล้วพวกเขาเพิ่งพ่ายให้กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล มา 0-1 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกในรอบ 5 นัด

   เกมนี้กุนซือ คริส ฮิวจ์ตัน หมดสิทธิ์ใช้งาน แบร์นาร์โด้ แบ็กซ้าย และปีกอย่าง โฮเซ่ อิซเกียร์โด้ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งคู่ นอกจากนี้ยังต้องรอเช็คสภาพของ อีฟส์ บิสซูม่า กองกลางที่พลาดลงสนามเกมที่แล้วว่าจะพร้อมสำหรับเกมนั้หรือไม่ นอกจากนี้ยังขาด แม็ทธิว ไรอัน นายทวารออสเตรเลีย และ อาลิเรซ่า ยาฮานบัค ปีกชาวอิหร่าน ที่ติดภารกิจทีมชาติในการลงสู้ศึกเอเชียน คัพ

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เดวิด บัตตัน, มาร์ติน มอนโตย่า, เชน ดัฟฟี่, ลูอิส ดังค์, กาเอต็อง บง, ซอลลี่ มาร์ช, ปาสกาล โกรสส์, เดล สตีเฟ่นส์, ดาวี่ ปร็อปเปอร์, เยอร์เก้น โลคาเดีย, เกล็นน์ มาร์รี่ย์

วิเคราะห์เกม

   ช่วงนี้ แมนฯยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น อีกทั้งยังได้เล่นในบ้านที่ต้องมาเจอกับ ไบรท์ตัน ที่ค่อนข้างมีปัญหาพอสมควรในการเจอกับทีมใหญ่ ดังนั้นเกมนี้ ปีศาจแดง น่าจะเก็บ 3 แต้มในบ้านได้อย่างแน่นอน

 

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว ลาซิโอ พบ กายารี่

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2018/19 ลาซิโอ เปิดบ้านพบกับ กายารี่ ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ดูบอลออนไลน์ ในวันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 18.30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

11/03/18 เซเรียอา กายารี่ 2-2 ลาซิโอ

23/10/17 เซเรียอา ลาซิโอ 3-0 กายารี่

19/03/17                เซเรียอา กายารี่ 0-0 ลาซิโอ

27/10/16 เซเรีย อา ลาซิโอ 4-1 กายารี่

04/04/15                เซเรีย อา กายารี่ 1-3 ลาซิโอ

กัลโช่ เซเรีย อา ความพร้อมของ ลาซิโอ และ กายารี่

ลาซิโอ

   สำหรับ ลาซิโอ เกมนี้สภาพทีมค่อนข้างสมบูรณ์เพราะไม่มีปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ส่วนในรายของ ลูกัส เลว่า ก็หายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้วแต่เกมนี้คงนั่งเป็นสำรองไปก่อน

   ซึ่ง ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของ ลาซิโอ จะมีการปรับแผนการเล่นนิดหน่อย โดยจะปรับมาใช้แผน 4-3-2-1 โดยจะถอย อดัม มารูซิค กับ เซนาด ลูลิช มายืนเป็นแบ็กซ้ายและขวาเต็มตัว

   ในขณะที่มี หลุยส์ อัลเบร์โต้ กับ ฮัวกิน กอร์เรอา ปั้นเกมในแดนหน้าส่งบอลให้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ที่ยืนเป็นหน้าเป้า แดนกลางมี มาร์โก ปาโรโล่, มิลาน บาเดลจ์ และ เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช ส่วนแนวรับมี อดัม มารูซิช, ฟรานเชสโก้ อาแชร์บี้, สเตฟาน ราดู และ เซนาด ลูลิช แล้วให้ โธมัส สตราโคช่า ลงเฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โธมัส สตราโคช่า, อดัม มารูซิช, ฟรานเชสโก้ อาแชร์บี้, สเตฟาน ราดู, เซนาด ลูลิช, มาร์โก ปาโรโล่, มิลาน บาเดลจ์, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, หลุยส์ อัลเบร์โต้, ฮัวกิน กอร์เรอา, ชิโร่ อิมโมบิเล่

กายารี่

   ส่วนทางด้านทีมเยือน กายารี่ เกมนี้ขาด ชาราลัมบอส ไลโกจานนิส, เลโอนาร์โด้ ปาโวเล็ตติ และ ลูกัส กาสโตร ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ลูก้า เซปปิเตลลี่ และ ดาริโอ้ เซอร์น่า สองแนวรับตัวหลักก็ยังติดโทษแบนอยู่

   ทำให้เกมนี้ โรลันโด้ มาราน นายใหญ่ของ กายารี่ ยังคงต้องใช้ ปานกราซิโอ ฟาราโก้ และ รักนาร์ คลาวาน ลงทำหน้าที่ในแนวรับต่ออีกหนึ่งเกม แล้วถอย นิโคโล่ บาเรลล่า ลงมาเล่นเกมในแดนกลางตามเดิมประสานงานกับ อาร์ตู ยอนิต้า และฟิลิป บราดาริช ส่วนแนวรุกใช้ ชูเอา เปโดร คอยปั้นเกม โดยมีคู่กองหน้าอย่าง มาร์โก เซา กับ อัลแบร์โต้ แชร์รี่ ล่าตาข่าย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อเลสซิโอ คราญโญ่, ปานกราซิโอ ฟาราโก้, ฟิลิปโป โรมันญ่า, รักนาร์ คลาวาน, ซิโมเน่ ปาโดอิน, อาร์ตู ยอนิต้า, ฟิลิป บราดาริช, นิโกโล่ บาเรลล่า, ชูเอา เปโดร, มาร์โก เซา, อัลแบร์โต้ แชร์รี่

 

ช็อค มาดริด พ่ายคาบ้าน ซีเอสเคเอ มอสโก 0-3

   ช็อค แฟนบอลเป็นอย่างมากหลังจากที่ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด พ่ายให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ไป 0-3 ปราชัยแบบยับเยินในถ้วยยุโรปปีนี้ แม้จะเป็นการส่งสำรองและแข้งดาวรุ่ง เพราะ มาดริด ผ่านเข้ารอบไปแล้วก็ตาม

ช็อค มาดริด พ่าย ซีเอสเคเอ มอสโก 0-3

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว วันที่ 12 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกมช่วงแรกเป็น ราชันชุดขาว ที่ทำเกมบุกเข้าใส่ก่อน แต่โอกาสลุ้นประตูยังมีไม่มากนัก นาทีที่ 15 เซนซิโอ ได้โอกาสซัดไกลแต่บอลลอยไปเข้ามือ อคินเฟเยฟ

   หลังจากนั้นเกมยังคงเป็นของ มาดริด อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 29 เบนเซม่า ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วเปิดเข้ากลาง บอลโดนโหม่งสกัดออกมา อเซนซิโอ เก็บได้แล้วตัดสินใจยิงสวนทันทีแต่ อคินเฟเยฟ ยังคงปัดไว้ได้อีกครั้ง

   จากนั้นนาทีที่ 32 ราชัน เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ อเซนซิโอ เล่นชิ่งกับ วินิซิอุส เข้ากลางก่อนจะมาทำชิ่งกับ เบนเซม่า แล้วจัดการพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะซัดทันที แต่บอลยังไปตรงตัว อคินเฟเยฟ

   แต่แล้วเล่นไปเล่นมา กลับเป็นทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำก่อนซะงั้น จากจังหวะโต้กลับ เมื่อ ซิกเกิร์ดสัน พาบอลเข้ามาจนถึงกรอบเขตโทษแล้วดึงจังหวะรอ ก่อนจะจ่ายไปให้ ชาลอฟ ยิงด้วยซ้ายเสียบเสาเข้าไปเป็นประตู ซีเอสเคเอ มอสโก นำ 1-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรก มาดริด เริ่มรวนกันใหญ่ เมื่อดันมาเสียอีก 1 ประตู ให้กับ ซีเอสเคเอ จากลูกทุ่มทางฝั่งขวา แฟร์นานเดส พาบอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วยิงไปติดเซฟ คูร์กตัวส์ บอลลอยมาเข้าทาง เชนนิคอฟ ยิงสวนตุงตาข่าย ซีเอสเคเอ นำห่าง 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังนาทีที่ 51 มาดริด ถอดเอา เบนเซม่า ออก แล้วส่ง เบล ลงมาเล่นแทน

   นาทีที่ 56 เกือบเป็นประตูตีไข่แตกของ ราชันชุดขาว เมื่อ วินิซิอุส ขึ้นเกมมาทางซ้ายแล้วโดนสกัด แต่ก็ยังเอาตัวรอดได้ก่อนจะจ่ายบอลเข้ากลางให้ อิสโก้ ลากบอลพาเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะหาช่องได้ แล้วซัดทันที แต่น่าเสียดายที่บอลไปติดบล็อกของทีมเยือน อดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   จากนั้น มาดริด ยังพยายามเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังจะเอาประตูคืนให้ได้ แต่ไปๆมาๆ กลับต้องมาเสียประตูที่ 3 ซะงั้น เมื่อในนาทีที่ 73 ซีเอสเคเอ มอสโก มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ วลาซิช ได้บอลทางกรอบเขตโทษฝั่งขวา จึงจ่ายย้อนมาให้ ซิกเกิร์ดสัน ยิงเข้าเสาสองไปอย่างสวยงาม

   ช่วงท้ายเกมแม้ว่า เรอัล มาดริด จะพยายามกันอย่างหนักเพื่อที่จะเอาไปดูคืนให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะทำกันได้สักประตู จนกระทั่งสุดท้ายจบเกม มาดริด เป็นฝ่ายพ่ายให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก 0-3 แต่อย่างไรก็ตาม ราชันชุดขาว ก็ยังเข้ารอบในฐานะแชมป์ของกลุ่ม G ตามเดิม

 

ช้างศึก ทีมชาติไทย ถล่ม ติมอร์ 7-0 อดิศักดิ์ ดับเบิ้ลแฮตทริก

   ช้างศึก ทีมชาติไทย ระเบิดฟอร์มเก่งประเดิมศึก ชิงแชมป์อาเซียน ด้วยการถล่ม ติมอร์ เลสเต 7-0 โดยเกมนี้ อดิศักดิ์ ไกรษร ทำดับเบิ้ลแฮตทริกซัดคนเดียว 6 ประตู และอีก 1 ประตูจาก ศุภชัย ใจเด็ด

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก ทีมชาติติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561

   เกมนี้ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชของ ทีมชาติไทย วางแผนการเล่นในระบบ 4-2-3-1 โดยวาง อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นกองหน้าตัวเป้า แดนกลางมี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, มงคล ทศไกร และ นูรูล ศรียานเก็ม ในขณะที่แนวรับเป็น เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, มานูเอล ทอมเบียร์, กรกช วิริยอุดมศิริ และฟิลิป โรลเลอร์ โดยไว้ใจ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยืนเฝ้าเสา

ช้างศึก อัด ติมอร์ ยับ 7-0 อดิศักดิ์ ดับเบิ้ลแฮตทริก

   ครึ่งแรกเกมเริ่มได้เพียง 3 นาที ทีมชาติไทย ได้ประตูขึ้นนำไว จากจังหวะที่ สรรวัชญ์ จ่ายบอลให้ดอดิศักดิ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายเป็นประตูทันที ช้างศึกนำ 1-0

   ถัดมานาทีที่ 5 ยังคงเป็นโอกาสลุ้นทำประตูของ ทีมไทย เมื่อ อดิศักดิ์ ให้บอลไปที่ นูรูล ในเขตโทษแล้วปั่นด้วยขวา น่าเสียดายที่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

   เกมเข้าสู่นาทีที่ 13 ประตูที่ 2 ของทีมชาติไทยก็มาจนได้ ซึ่งก็เป็น สรรวัชญ์ คนเดิมที่วางบอลแม่นๆมาให้ อดิศักดิ์ กระดกบอลข้ามนายทวารติมอร์เข้าไปตุงตาข่ายไทยนำ 2-0

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกแฟนๆช้างศึกก็ได้เฮอีกครั้งเมื่อไทยได้ประตูทิ้งห่างติมอร์เป็น 3-0 จากจังหวะที่ นูรูล พาบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายสวยๆไปให้ อดิศักดิ์ แปเข้าไปเป็นประตู ซึ่งถือเป็นประตูแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ไปแล้ว

   จากนั้นประตูที่ 4 ของไทยก็ตามมาติดๆในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45 จากลูกเตะมุม กรกช เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้ อดิศักดิ์ โขกเข้าไปอย่างสวยงาม จบครึ่งแรกไทยนำติมอร์ 4-0

   ครึ่งหลังนาที 49 สกอร์ไหลไปเป็น 5-0 เมื่อ อดิศักดิ์ ออกบอลไปขวาให้ มงคล ลากพาบอลไปจนสุดเส้นหลังก่อนจะเปิดกลับมาให้ อดิศักดิ์ วิ่งมาแปย้อนไปเสาแรกตุงตาข่าย

   แม้จะนำห่างถึง 5 ประตูแต่ทีมชาติไทยก็ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 55 ไทยได้จุดโทษจากจังหวะที่ผู้เล่น ติมอร์ ไปทำฟาวล์ใส่ นูรูล ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แล้วชี้เป็นจุดโทษทันทีและเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าประตูไปไม่เหลือ ไทยนํา 6-0 เข้าไปแล้ว

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 6 ประตู ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ ติมอร์ จะย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อในนาทีที่ 73 ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน จากการที่นายทวารของติมอร์ไปทำฟาวล์ใส่ มงคล นอกกรอบเขตโทษผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไปทันที

   จากนั้นนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บช้างศึกมาได้ประตูปิดท้ายจากจังหวะที่ สรรวัชญ์ เปิดบอลไปให้ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ลงมาเป็นสำรอง หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย ปิดกล่องให้ไทยเอาชนะ ติมอร์ เลสเต ไป 7-0

 

 

พรีเมียร์ลีก พรีวิว แมนยู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018  เวลา 23.30 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   แมนยู ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมมีแต่ตัวเดิมๆที่บาดเจ็บยังไม่หายดี ได้แก่ มาร์กอส โรโฮ, เจสซี่ ลินการ์ด และอันเดร์ เอร์เรร่า และช่าวดีคือ ปีศาจแดง จะได้ แอชลี่ย์ ยัง ที่หายจากอาการบาดเจ็บ กลับมาอยู่ในทีมได้แล้ว แต่ต้องรอทดสอบความฟิตก่อน

   โชเซ มูรินโญ กุนซือของทีม แมนยู น่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยในเกมนี้โดย อองโตนี มาร์กซิยาล น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าพอใจนักในเกมกับ บาเลนเซีย

   นอกจากนี้ยังอาจจะดรอป เอริค ไบญี แล้วให้ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ลงสนามแทน ในขณะที่ ดิโอโก้ ดาโลต์ จะออกสตาร์ทแทนที่ของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ส่วน โรเมลู ลูกากู ที่ยิงไม่ได้มา 5 นัดติด น่าจะยังมีชื่อเป็นตัวจริงในเกมนี้

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาบิด เด เคอา, คริส สมอลลิ่ง, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ดิโอโก้ ดาโลต์, ลุค ชอว์, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส ราชฟอร์ด, โรเมลู ลูกากู, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   ส่วนทางด้านทีมเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยังคงมีปัญหาเดิมๆต่อเนื่องในเกมรุกเนื่องจาก ซาโลม่อน ลอนดอน ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน ฟลอเรียง เลอเฌิน ก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก ในขณะที่ พอล ดัมเม็ตต์ และ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ยังต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ติน ดูบราฟก้า, คีแรน คลาร์ก, จามาล ลาสเซลเลส, ดิอังเดร เยดลิน, เคเนดี้, โมฮาเหม็ด ดิอาเม่, จอนโจ เชลวี่ย์, แมตต์ ริชชี่, อโยเซ่ เปเรซ, คริสเตียน อัตซู, โฆเซรู

พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บอล แมนยู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

   เจ้าบ้าน แมนยู หาชัยไม่เจอมา 4 นัดติดต่อกัน ซึ่งคงจะทำให้เกาอี้ของ โชเซ มูรินโญ ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก เกมนี้จึงเป็นเกมที่ทัพปีศาจแดงจะต้องเล่นกันเต็มที่แน่นอน

   ส่วนทางด้าน สาลิกาดง นิวคาสเซิล ดูท่าจะอากการหนักไม่แพ้กัน เพราะในฤดูกาลนี้ พวกเขายังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลยแม้แต่ทีมเดียว มีเพียง 2 คะแนนจากการลงเล่นทั้งหมด และเป็นคะแนนที่ได้จากการเสมอแบบไร้สกอร์อีกด้วย

   มองว่าเกมนี้หาก สาลิกาดง อยากได้ 3 แต้มจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูจะเป็นงานที่ยากและหินพอสมควร ดังนั้น แมนยู ที่ได้เล่นในบ้าน จะหยุดสถิติไม่ชนะใครเลยมา 4 นัดไว้ที่เกมนี้อย่างแน่นอน

 

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาโหด ถล่ม เนิร์นแบร์ก 7-0

   เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ มาร์โก รอยส์ ยิงเบิ้ลในเกมนี้ อีกทั้งเป็นการยิงครบ 100 ลูก ในทุกรายการให้กับสโมสรอีกด้วย พาเสือเหลืองถล่มเนิร์นแบร์ก 7-0 ผ่าน 5 นัด รั้งรองจ่าฝูงตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 2 แต้ม

   ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ เนิร์นแบร์ก ดูบอลออนไลน์ ในวันที่ 26 กันยายน 2561 ที่สนาม ซิกนัลอิดูน่าพาร์ค

   เกมนี้ ดอร์ทมุนด์ จะไม่มี ดิยาลโล่ ที่โดนใบแดงไปเมื่อเกมที่แล้ว กองกลางจึงเป็นหน้าที่ของ เดลานี่ย์ กับ วิทเซล เกมรุก ลาร์เซ่น ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

   ส่วนทีมเยือน เนิร์นแบร์ก ยังใช้นักเตะชุดเดิมๆ เปลี่ยนแค่แดนกลางที่จับเอา เบาเออร์ มายืนคู่กับ เอร์ราส

เสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ จัด 7 ลูกเบาๆ

   เริ่มเกมเพียงนาทีที่ 9 ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำเร็วจากจังหวะที่ พูลิซิช พาบอลตัดเข้ากลางก่อนจะส่งต่อให้ ลาร์เซ่น ในกรอบเขตโทษวิ่งฉีกมากระดกบอลผ่าน เบรดลอฟ เข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมง นาทีที่ 32 เสือเหลืองก็มาได้ประตูที่สองเมื่อ รอยส์ ให้บอลไปที่ พูลิซิช แต่โดนแซะ บอลไปอยู่กับ ฟิลลิปป์ ไหลกลับมาที่ รอยส์ วิ่งมาซัดหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ นำ 2-0

   จบครึ่งแรก เสือเหลืองดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายขึ้นนำเนิร์นแบร์ก 2-0

   ครึ่งหลัง ลูกที่สามของเจ้าถิ่นมาไวในนาทีที่ 49 จากจังหวะโต้กลับ รอยส์ พาบอลไปถึงเขตโทษ แล้วไหลไปทางขวาให้ ฮาคิมี่ จับแล้วยิงทันที บอลพุ่งเรียดเสียบเสาไกลเข้าไปเป็นประตูอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0

   ถัดมานาทีที่ 58 มาร์โก รอยส์ เบิ้ลลูกที่สองให้กับตัวเองและเป็นประตูที่สี่ให้กับเจ้าถิ่น จากจังหวะที่ เดลานีย์ โยนบอลยาวจากกลางสนามไปให้ รอยส์ จ่ายเข้าเขตโทษให้ ลาร์เซ่น หักคืนให้ รอยส์ จบสวย ดอร์ทมุนด์ นำ 4-0

   นาทีที่ 74 เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากที่ อคานยี ตามมาเบียดเอาบอลจังหวะสองต่อเนื่องจากลูกโหม่งของ พูลิซิช ได้ ก่อนจะแตะบอลหลบและตัดสินใจซัดเอง เสือเหลืองนำ 5-0

   ประตูที่หกตามมาติดๆ ในนาทีที่ 85 เมื่อ เดลานีย์ โยนบอลจากกลางสนามให้ ซานโช แปง่ายๆเข้าประตูไป 6-0 เข้าไปแล้ว

   ท้ายเกมก่อนทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มเป็นประตูที่ 7 จากลูกยิงของ ไวเกิล ที่แฉลบกองหลังทีมเยือนเข้าประตูไป

   จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านถล่ม เนิร์นแบร์ก 7-0 ผ่านไป 5 เกม เก็บได้ 11 แต้ม รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง ตามหลัง บาเยิร์น อยู่เพียง 2 คะแนน